News ข่าวประชาสัมพันธ์

พิธีกรงานวัดเมืองคอน เจอเงาตะคุ่มๆ ในศาลาตอนดึก เช้ามามีคนตายทำเอาผวา

หมวดหมู่ :: ข่าวทั่วไป
24 ม.ค. 2562 21:07:11 เข้าชม 6908

พิธีกรงานศพเดินกลับบ้านผ่านวัดกลางดึก เห็นเงาดำยืนตะคุ่มๆ อยู่ในมุมมืดของศาลา ทำเอาขนลุกรีบเดินกลับบ้าน ตกเย็นวันรุ่งขึ้นได้ยินข่าวเจอคนตาย พอไปดูก็ใช่คนเดียวกัน ด้าน ตร.เมืองคอนคาดป่วยตาย...

     จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ร.ต.อ.ศุภวิทย์ ไชยประพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุมีคนนอนเสียชีวิตอยู่ข้างศาลาภายในวัดท่ายาง หมู่ 2 เขตเทศบาล ต.ทุ่งใหญ่ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ วิทย์การพงษ์ รอง ผกก.ป. ร.ต.อ.สุริยา มาลา สายตรวจรถยนต์ ร.ต.อ.นนทวัช รัตนนิพนธิ์ รอง สว.สส. แพทย์เวร รพ.ทุ่งใหญ่ และมูลนิธิใต้เต็กตึ๊งทุ่งใหญ่ 

  พบศพนายศิริพร นนทศักดิ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 350 หมู่ 2 ต.พ่วงพรมคร อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างศาลาร้างของวัด สภาพซูบผอม มีมดไต่ขึ้นใบหน้าและตามร่างกายเต็มไปหมด ใส่เสื้อยืดคอปกลายขาวดำ นุ่งกางเกงวอร์มสีดำ ข้างตัวผู้ตายพบเทียนไขวางตั้งตรงสำหรับจุดให้แสงสว่างในตอนกลางคืน 1 เล่ม นอกจากนี้ยังพบถุงยาจำนวนหนึ่ง กย.11 สำหรับทากันยุง ไฟฉายสีเหลือง 1 อัน วางอยู่รอบตัว

สอบสวนญาติทราบว่า นายศิริพรมาพักอาศัยอยู่กับญาติที่ ต.ปริก และมีอาการป่วยหลายโรค ก่อนที่จะมาเสียชีวิต ผู้ตายเดินทางจากบ้านญาติมาหาพระรูปหนึ่งที่บวชอยู่ที่วัดแห่งนี้ซึ่งเป็นญาติกัน แต่มาแล้วไม่พบ ผู้ตายจึงหอบสำภาระเดินมาพักที่ศาลาร้าง ใกล้กับต้นตะเคียนที่ทางวัดปลูกไว้จำนวนมาก และนอนพักค้างคืนอยู่ที่ข้างศาลา  กระทั่งตกตอนบ่ายมีคนมาพบเป็นศพไปแล้ว จากการตรวจสอบของตำรวจและแพทย์พบว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง 

   ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะมีโรคประจำตัวรุมเร้าตกดึกอากาศหนาวเย็นทำให้ทนความหนาวเย็นบวกกับมีโรคประจำตัวอยู่หลายโรค อาจเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตเฉียบพลัน เบื้องต้นสอบถามทางญาติๆ ก็ไม่มีใครติดใจการตายในครั้งนี้จึงมอบศพให้รับกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

   ล่าสุด วันที่ 24 ม.ค. นายวีระศักดิ์ หรือชายน้อย ตรีโชติ อายุ 54 ปี พิธีกรในงานบุญต่างๆ ชื่อดังของอำเภอ ออกมาเปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมยกแขนให้ผู้สื่อข่าวดูว่า เกิดมีอาการขนลุกชันขึ้นมาทันที เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังเป็นพิธีกรในงานบำเพ็ญกุศลศพของเพื่อนบ้านเสร็จ ก็เดินกลับบ้านเนื่องจากอยู่ไม่ไกลกับวัด แต่ระหว่างทางที่เดินมาถึงศาลาร้าง สังเกตเห็นเงาดำยืนตะคุ่มๆ อยู่ในมุมมืดของศาลา ด้วยความสงสัยจึงเพ่งมองเข้าไปให้เห็นชัดๆ ปรากฏว่าเงามืดดำที่ยืนอยู่นั้นได้จ้องมองมาที่ตนเช่นกัน ทำท่าทางแปลกๆ ยกมือยกไม้ ทำให้ตนถึงกับขนลุกขนพองคิดอยู่ในใจว่า "เอาเข้าแล้วเราถูกผีหลอกแน่" จากนั้นก็รีบจ้ำเดินเร็วขึ้นเพื่อกลับให้ถึงบ้านโดยเร็ว

   พิธีกรยังเผยอีกว่า หลังกลับถึงบ้านอาบน้ำเตรียมเข้านอนก็สวดมนต์ไหว้พระ พอหัวถึงหมอนก็นอนคิดถึงเรื่องที่พบเจอมาสดๆ ร้อนๆ คิดว่าไม่รู้ว่าเจอคนหรือผีกันแน่ แต่พอตกตอนเย็นของอีกวันหนึ่งทราบข่าวว่า มีคนไปพบนอนตายอยู่ที่ศาลาร้าง ยิ่งทำให้ตนขนลุกขนพองเข้าไปอีก ตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ไปดูให้เห็นกับตา ถึงกับร้องอุทานออกมาว่า "ใช่แล้วคนนี้ที่เจอเมื่อคืนยืนอยู่ในเงามืด" แต่ช่วงนั้นบอกไม่ได้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว แต่ที่คิดคือตั้งแต่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรงานบุญต่างๆ โดยเฉพาะงานบำเพ็ญกุศลศพที่จัดขึ้นภายในวัด ก็ไม่เคยเจอเรื่องอาถรรพณ์หรือเรื่องร้ายๆ กับตัวเองเลย เพราะเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือสังคมมาตลอด พิธีกรกล่าว.