News ข่าวประชาสัมพันธ์

เลือกตั้งชัดเจนเรื่องดี นักลงทุนลุ้นรัฐบาลใหม่ สานต่อเมกะโปรเจกต์

หมวดหมู่ :: ข่าวทั่วไป
23 ม.ค. 2562 19:30:22 เข้าชม 2538

    เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากมีการออก พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 และมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อความเชื่อมั่นของประเทศ เพราะการเลือกตั้งจะมีความชัดเจนขึ้น แต่ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนัก เพราะส่วนใหญ่คาดการณ์กันแล้วว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งในปี 62

   อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนได้ติดตามและสอบถามกันมากจะเป็นเรื่องของนโยบายต่อเนื่องของรัฐบาลชุดใหม่ หรือพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งจะตัดสินใจอย่างไร เพราะหลายนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ออกมาดีมาก และอยากให้เกิดความต่อเนื่อง เช่น การส่งเสริมให้การทำธุรกิจง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น, โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และโครงการเมกะโปรเจกต์อื่นๆ, โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี), นโยบายกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ, นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น

   “เป็นเรื่องดีที่การเลือกตั้งในบ้านเรามีความชัดเจนขึ้น แต่นักลงทุนต่างชาติไม่สนใจว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ใครจะชนะการเลือกตั้ง แต่ที่สนใจมากคือ หลังเลือกตั้งแล้วรัฐบาลชุดใหม่จะมีนโยบายอย่างไร และจะสานต่อโครงการดีๆ ที่รัฐบาลชุดนี้ทำไว้มากน้อยเพียงใด โดยเมื่อเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้บ้านเมืองมีความสงบ ไม่วุ่นวาย นักลงทุนจะได้เข้ามาลงทุนในไทยแน่นอน”

   ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้ว มั่นใจว่าจะเกิดความเชื่อมั่นกับทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศอย่างมาก และที่สำคัญการเลือกตั้ง จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี โดยประเมินว่าน่าจะมีเม็ดเงินสะพัดจากการเลือกตั้งครั้งนี้ประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นเงินทั้งในระบบและนอกระบบที่เกี่ยวกับกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้ง เช่น การเช่ารถปิกอัพตระเวนหาเสียง, การจ้างงานเพื่อทำกิจกรรมเลือกตั้งต่างๆ, การจัดอีเวนต์, การจัดตั้งเวทีหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการทำป้าย และการโฆษณาผ่านสื่อ เป็นต้น

  “เมื่อการเลือกตั้ง มีความชัดเจนจะสร้างความเชื่อมั่นในทุกๆ ด้าน ที่สำคัญจะมีเงินสะพัดลงตามชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด จะช่วยให้เศรษฐกิจคึกคักได้เป็นอย่างดี หลังจากที่หลายๆ พื้นที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจซบเซามานาน”

   อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเลือกตั้ง ส.ส. แล้วมั่นใจว่าการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นจะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง ซึ่งประเมินว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล เป็นต้น จะมีเงินสะพัดประมาณ 30,000 ล้านบาท และคาดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะคึกคักและแข่งขันกันดุเดือด เพราะไทยว่างเว้นจากการเลือกตั้งมานานแล้ว.