News ข่าวประชาสัมพันธ์

“โจรใต้” ส่งไลน์เย้ย เตรียมโจมตีใหญ่!

หมวดหมู่ :: ข่าวประชาสัมพันธ์
22 ม.ค. 2562 12:19:11 เข้าชม 7107

      กรณีเหตุสะเทือนขวัญย่ำยีหัวใจชาวพุทธ หลังกองโจรหัวรุนแรงขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวม 6 คน สวมชุดดำคล้ายทหารพราน บุกใช้อาวุธสงครามกราดยิงพระในวัดรัตนานุภาพ หรือวัดโคกโก หมู่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ทำให้พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ พร้อมพระลูกวัด มรณภาพรวม 2 ศพ และมีพระได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 รูป เหตุเกิดหัวค่ำวันที่ 18 ม.ค. หวังสร้างสถานการณ์ความไม่สงบและสร้างความแตกแยกระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิม เพื่อต้องการให้เกิดสงครามศาสนา หลังเกิดเหตุหน่วยงานความมั่นคง จัดกำลังไล่ล่ากลุ่มคนร้ายแต่ยังไร้วี่แวว คาดเผ่นหนีเข้าไปกบดานในมาเลเซีย ขณะที่ชาวบ้านต่างเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการแก้ปัญหาที่เข้มข้นจริงจัง

   ความคืบหน้าของมาตรการคุมเข้มพระสงฆ์ขณะออกบิณฑบาตในพื้นที่ จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวได้สังเกตการณ์ในช่วงเช้าวันที่ 20 ม.ค. พบว่าพระสงฆ์วัดชลเฉลิมเขต อ.สุไหงโก-ลก ยังออกบิณฑบาตตามปกติ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่ อส. จัดกำลังรักษาความปลอดภัยตั้งแต่หน้าประตูวัด และยืนกระจายกัน รปภ.พระสงฆ์ ที่ออกรับบาตรจากประชาชนตามรายทาง เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ด้านพระปลัดธัมมานันโท หรือหลวงพี่บิลลี่ สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุง ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส กล่าวว่า แม้เกิดเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ แต่ชาวบ้านยังมีกำลังใจที่จะอยู่ต่อเพราะที่นี่คือบ้านเกิด หากไม่จำเป็นจะไม่ทิ้งถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น พระจะขออยู่เป็นกำลังใจให้กับชาวบ้าน

    ต่อมาเวลา 12.00 น. นายศักดิ์กริยา บิลลาแหละ ประธานกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลา นายสุรินทร์ ปาลาเร่ เลขานุการคณะกรรมการอิสลามกลางแห่งประเทศไทย นายซากี พิทักษ์คุมพล รองเลขานุการจุฬาราชมนตรี ได้เป็นตัวแทนนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เดินทางมาที่ รพ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เข้าเยี่ยมอาการและให้กำลังใจพระประเวศ สุขแก้ว และพระธนโชติ ชุมเลิศ 2 พระลูกวัดวัดรัตนานุภาพเหยื่อโจรใต้ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ต่อมาคณะตัวแทนของจุฬาราชมนตรีเดินทางไปยังวัดรัตนานุภาพ มีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส และพระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ให้การต้อนรับ พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายสุรินทร์กล่าวว่า รู้สึกเสียใจ ไม่คิดว่าพระสงฆ์จะตกเป็นเหยื่อสถานการณ์ใต้ที่คนร้ายได้โยงศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับศาสนา เพราะทุกศาสนาไม่ได้สอนให้ฆ่าฟันกันในลักษณะนี้

   ส่วนบรรยากาศในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา พระสงฆ์วัดต่างๆยังคงออกบิณฑบาต มีทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ดูแลรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพุทธศาสนิกชน ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จ.ยะลา สั่งให้ตำรวจโดยเฉพาะ อ.เมืองยะลา และ อ.เบตง กำชับการปฏิบัติหน้าที่ขั้นสูงสุด ทั้งตั้งด่านตรวจ จุดสกัด ตรวจเข้มรถยนต์ รถ จยย. บัตรประจำตัวประชาชน รวมทั้ง รปภ.พระภิกษุสงฆ์ และเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่ หลังมีคลิปเสียงภาษามลายูถิ่น ส่งเตือนกันตามไลน์ต่างๆ สรุปได้ว่า “2-3 วันนี้ แจ้งเตือนคนที่เรารัก ห้ามออกไปทำธุระนอกบ้านอย่างเด็ดขาด เพราะ 2-3 วันที่จะถึงนี้ เราจะก่อเหตุครั้งยิ่งใหญ่และจะต้องสำเร็จ เพราะโต๊ะอิหม่ามล้มหลายคนแล้ว งานของเราต้องสำเร็จ จึงฝากบอกทุกคนที่เรารักด้วยว่า ห้ามออกไปไหน เราจะทำงานครั้งใหญ่” อย่างไร ก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นของจริง อาจเป็นการเล่นสนุกของวัยรุ่นที่คึกคะนอง

   มีรายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคง ให้เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบรถ จยย.ต้องสงสัย 6 คันตามที่แจ้งไว้ หวั่นกลุ่มคนร้ายนำไปประกอบระเบิด หลังนายอับดุลสตอปา สุหลง แนวร่วมโจรใต้ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ได้สารภาพและพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แต่พบว่ามีระเบิดอีก 3 ลูก หายไปจากจุดซุกซ่อน เชื่อว่าคนร้ายเตรียมนำไปใช้ก่อเหตุในพื้นที่ ทั้งนี้ ยังพบความเคลื่อนไหวของแกนนำอาร์เคเค 5 คนในพื้นที่ ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิดและซุ่มยิงทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ให้ความร่วมมือกับทางราชการ ส่วนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.นาทวี อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เตรียมก่อเหตุระเบิด มีเป้าหมายเป็นร้านค้าหรือร้านสะดวกซื้อ ขอให้หน่วยกำลังในพื้นที่แจ้งประชาชนช่วยสอดส่องดูแลวัตถุต้องสงสัยและบุคคลที่เข้ามาทำทีซื้อของในร้านค้า ช่วงนี้กลุ่มคนร้ายต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ เพราะแกนนำหลายคนถูกจับกุมและถูกวิสามัญฯเสียชีวิต

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ปิยะพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี มีคำสั่งให้หน่วยความมั่นคงลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชนให้แจ้งเบาะแสคนแปลกหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อมูลบุคคลเป้าหมายที่มีประวัติให้เฝ้าจับตาเป็นพิเศษ อีกทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ทุกส่วน สนธิกำลังตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลทั่วไปที่เข้าออกในพื้นที่ เน้นย้ำให้ตรวจบัตรประชาชน เนื่องจากคนร้ายหรือบุคคลตามหมายจับอาจปกปิดซ้อนเร้นรูปพรรณให้เปลี่ยนจากเดิมในภาพ รวมไปถึงสีรถและป้ายทะเบียนที่คนร้ายจะดัดแปลงเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และหากหลุดรอดออกไป คนร้ายอาจนำไปก่อเหตุทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสั่งจัดกำลังทหารเข้าไปดูแลวัดในพื้นที่เสี่ยงและดูแลชาวไทยพุทธที่เดินทางไปตักบาตรที่วัด เพราะช่วงนี้พระในพื้นที่งดออกบิณฑบาตชั่วคราว

   ที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.สำนักนายก รัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้เรียกประชุมวาระเร่งด่วน ติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลคณะสงฆ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หลังเสร็จการประชุม นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รอง ผอ.พศ. ในฐานะโฆษก พศ.กล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายความมั่นคงขอให้พระสงฆ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา งดบิณฑบาตเพื่อความปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะสงบนั้น พศ.มีการถวายงบประมาณในการดูแลพระสงฆ์ในพื้นที่ดังกล่าว รูปละ 2,500 บาทต่อเดือน อีกทั้งจะให้ชาวบ้านนำภัตตาหารมาถวายพระภิกษุสามเณรที่วัดด้วย

     พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนอย่าตกเป็นหลุมพรางของผู้ก่อความไม่สงบ เพราะกำลังถูกเสี้ยมให้ทะเลาะกันทางศาสนา ฝ่ายรัฐจะดูแลปกป้องให้นั้น เจ้าหน้าที่รัฐใช้คำพูดเช่นนี้มาตลอดที่เกิดเหตุไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะเมื่อเหตุร้ายแรงกับพระสงฆ์ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแถลงอย่างเป็นทางการถึงมาตรการของรัฐในการพิทักษ์ ปกป้อง และคุ้มครองพระสงฆ์ ชาวพุทธ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดรับกับหลักสากลปฏิบัติ เพื่อความสงบร่มเย็นจะได้กลับคืนสู่พื้นที่ดังกล่าว

   ด้านพระครูปลัดกวีวัฒน์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ กล่าวว่า ศูนย์พิทักษ์ฯจะจัดพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย และร่วมสมทบทุนทอดผ้าป่าให้พระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บ และมรณภาพ จากเหตุการณ์ที่วัดรัตนานุภาพ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ในวันที่ 23 ม.ค. เวลา 13.00 น. ที่คณะใต้ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพฯ องค์กรชาวพุทธและพุทธศาสนิกชนที่สนใจร่วมงาน สอบถามได้ที่ โทร. 0-2668-7988, 08-8872-0221 หรือไอดีไลน์ : ddtv88

ขณะที่สภานิสิตมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ประณามโจรก่อการร้ายที่ก่อเหตุที่วัดรัตนานุภาพ ว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ที่พยายามบ่อนทำลายความสงบสุขและกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาครัฐ ฝ่ายความมั่นคง มีมาตรการที่เด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้นต่อผู้กระทำผิด