News ข่าวประชาสัมพันธ์

พิชัย ยก 4 ข้อ แนะ แนวทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังส่งออกไทยติดลบ 2 เดือนติด

หมวดหมู่ :: ข่าวประชาสัมพันธ์
22 ม.ค. 2562 11:22:30 เข้าชม 6995

   วันที่ 22 ม.ค. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การส่งออกในเดือนธันวาคม 2561 ติดลบ 1.7% ซึ่งติดลบติดกันเป็นเดือนที่ 2 และติดลบเป็นครั้งที่ 3 ของปี ทำให้การส่งออกทั้งปีเหลือเพียง 6.7% ต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ที่ 8% ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ว่า ปีนี้การส่งออกก็ไม่น่าจะดีนัก ประกอบกับเศรษฐกิจในปีนี้ของประเทศจีนคู่ค้าสำคัญของไทย คาดว่าจะโตได้เพียง 6% ซึ่งจะต่ำสุดในรอบ 29 ปี อีกทั้งจีนยังคงต้องเผชิญกับสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อ

    นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งได้เคยเตือนและขอไว้แล้วว่าให้ชะลอไปก่อน โดยจะยิ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ดังนั้น หลังมีการเลือกตั้ง รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะต้องเร่งสร้างความมั่นใจ และดำเนินการฟื้นการส่งออกและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนี้

 1.  เร่งการดำเนินการเจรจาเขตการค้าเสรีกับหลายประเทศ ทั้งพหุภาคี และ ทวิภาคี หลังจากที่รัฐบาลนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่ใช่รัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย หลายประเทศไม่เจรจาด้วย ทำให้ไทยเสียโอกาสอย่างมาก เพราะไทยส่งออกผ่านเขตการค้าเสรีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และการไม่สามารถเจรจาเขตการค้าเสรี ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะการส่งออกเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างมากถึงการลงทุนจากต่างประเทศด้วย เพราะนักลงทุนต่างประเทศไม่แน่ใจว่า ถ้ามาลงทุนในประเทศไทย จะโดนเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งไหม จึงย้ายไปลงทุนประเทศอื่น ซึ่งทำให้การลงทุนจากต่างประเทศของไทยหายไปอย่างมากตลอดเกือบ 5 ปีนี้ โดยจะส่งผลถึงการส่งออกของไทยในอนาคตด้วย

2. เร่งสอบถามและเร่งรัดให้บริษัทต่างๆ ที่ขอส่งเสริมการลงทุนค้างไว้จำนวนมาก ซึ่งน่าจะมียอดการลงทุนค้างอยู่เป็นล้านล้านบาท ให้เริ่มลงทุน (ถ้าหากบริษัทเหล่านั้นยังไม่ได้ย้ายไปลงทุนในประเทศอื่นแล้ว) โดยเสนอให้ความสะดวกและให้การสนับสนุนในทุกด้าน

3. เร่งเจรจากับนักลงทุนต่างประเทศจากประเทศที่สำคัญ เช่น ญี่ปุ่น อียู สหรัฐ ฯลฯ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว และพร้อมสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศในทุกด้าน รวมถึงการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการลงทุน อีกทั้งแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ จากดัชนีความสะดวกในการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลนี้

4. ขอความร่วมมือจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้พิจารณาอย่าเพิ่งขึ้นดอกเบี้ย นอกจากจะมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น โดยอยากเห็นค่าเงินบาทที่อ่อน เพื่อสนับสนุนการส่งออก ในภาวะที่ประเทศไทยต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ำกันต่อเนื่องมาหลายปีติดกัน

    นี่เป็นเพียงบางมาตรการเร่ิมต้นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ทรุดหนักมาหลายปี โดยมุ่งเน้นการฟื้นส่งออกและการฟื้นฟูการลงทุนจากต่างประเทศ ที่เป็นปัญหามาตลอดหลังการปฏิวัติ และอยากให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งพิจารณานำไปใช้ปฏิบัติไม่ว่า ใครจะชนะการเลือกตั้ง แต่หากเป็นรัฐบาลเดิมกลับมาบริหารประเทศอีก อาจจะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นความมั่นใจได้ ทั้งนี้ จะนำเสนอแนวทางการฟื้นเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ ต่อไป